ช่วงล่างแข็งกระด้าง VS ช่วงล่างนุ่ม แบบไหนเวิร์คกว่ากัน

August 29, 2020 0 Comments

เกริ่นหัวข้อมาขนาดนี้ เพื่อนๆ คงอยากทราบกันแล้วใช่ไหมล่ะ ว่า ช่วงล่างแข็งกระด้าง กับ ช่วงล่างนุ่ม แบบไหนเวิร์คกว่ากัน แต่ก่อนที่เราจะไปหาคำตอบว่าช่วงล่างแข็งกระด้าง กับ ช่วงล่างนุ่ม แบบไหนเวิร์คกว่ากัน เรามาทำความรู้จัก และทำความเข้าใจกับส่วนประกอบสุดสำคัญของช่วงล่างรถยนต์กันก่อน นั่นก็คือ ลูกหมากนั่นเอง โดยลูกหมากนั้นจะคืออะไร และมีทั้งหมดกี่ประเภท ไปหาคำตอบพร้อมๆ กันเลย  ลูกหมากนั้นคืออะไร และมีทั้งหมดกี่ประเภท ?  ลูกหมาก ถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญของช่วงล่างรถยนต์ โดยจะเป็นปัจจัยที่ทำให้รถยนต์สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลต่อระบบบังคับเลี้ยวของรถยนต์ ทั้งนี้ สำหรับลูกหมากที่นิยมใช้กันในรถยนต์ก็จะแบ่งออกเป็น 5 ประเภทด้วยกัน ได้แก่  ลูกหมากคันชัก เป็นลูกหมากที่ใช้ยึดติดกับดุมล้อในส่วนของระบบบังคับเลี้ยว ทำหน้าที่ในการปรับสมดุลของทิศทางล้อเมื่อเข้าโค้ง  ลูกหมากแร็คช์ เป็นลูกหมากที่ช่วยในการถ่ายทอดแรงจากการหมุนเลี้ยว มาเป็นการเคลื่อนที่ในแนวตรง  ลูกหมากปีกนกบนและลูกหมากปีกนกล่าง มีความสำคัญในการทำให้ล้อเคลื่อนที่ไปตามทิศทาง ได้อย่างอิสระทั้งพื้นผิวปกติหรือทางต่างระดับ  ลูกหมากกันโคลง เป็นลูกหมากที่ทำหน้าที่ช่วยรับแรงกระแทกเพื่อให้เกิดความนุ่มนวลของตัวรถ  ลูกหมากคันส่งกลาง เป็นลูกหมากที่มีหน้าที่ถ่ายทอดแรงจากการเลี้ยวมาเป็นแนวตรง เช่นเดียวกับลูกหมากแร็คช์  ช่วงล่างแข็งกระด้าง VS ช่วงล่างนุ่ม แบบไหนเวิร์คกว่ากัน  มาเริ่มกันที่ข้อดีของช่วงล่างนุ่มกันเลยดีกว่า ซึ่งช่วงล่างนุ่มนั้นจะทำให้ขับง่าย ขับสบาย เพราะสปริงกับโช๊คถูกเซ็ทมาให้มีระยะการเคลื่อนตัวขึ้นลงได้มากกว่า รวมทั้งมีการหน่วงตัวการดีดตัวกลับของสปริงไว้น้อยกว่า ดังนั้นแรงสั่นสะเทือนที่จะเข้าตัวห้องโดยสารรถจะถูกดูดซับโดยระบบโช๊คและสปริงไว้ แต่ในกรณีที่รถเริ่มใช้ความเร็วที่สูงขึ้น หรือขณะเลี้ยวโค้ง เบี่ยงหักเลี้ยวเพื่อแซงรถคันข้างหน้า โช๊คและสปริงที่มีความนุ่มกว่าจะมีการหดกลับมากกว่า หรือที่เรียกว่า อาการ “Body Roll” หรืออาการที่รถจะยวบไปยวบมาซ้ายขวามากกว่า อาการยวบไปมาจะทำให้ด้านใดด้านหนึ่งของรถมีความเสียดทานในการสัมผัสพื้นถนนน้อยลงเสมอ ฉะนั้น เมื่อเทียบกับโช๊คและสปริงที่แข็งกว่า รถจะเกิดการเทไปด้านใดด้านหนึ่งน้อยกว่า และอาการยวบไปมาซ้ายขวาน้อยกว่า ล้อกับยางทั้งสี่จึงสัมผัสพื้นถนนได้แน่นกว่านั่นเอง